หน้าแรก > หนังดราม่า, หนังไทย > จัน ดารา ปฐมบท (พ.ศ.2555) short comment

จัน ดารา ปฐมบท (พ.ศ.2555) short comment

จัน ดารา ปฐมบท (พ.ศ. 2555)

ประดักประเดิดในแทบทุกองคาพยพของตัวหนัง ทั้งกลวิธีในการนำเสนอที่ได้รับการตกแต่งอย่างประดิดประดอย จนสูญเสียทั้งความเป็นธรรมชาติ และดูดัดจริต เสแสร้งแกล้งทำ (หนึ่งในช็อทที่น่าขันที่สุดได้แก่ตอนที่จันสเก็ทช์รูปการเสพสังวาสของเหล่าข้าทาสบริวารในแบบสามคู่ชู้ชื่น ซึ่งด้วยการจัดวางองค์ประกอบภาพ มันดูราคาย่อมเยาพอๆกับหนังโป๊เกรด Z ทั้งในเชิงคุณค่าและรสนิยม) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแอ็คติ้งของนักแสดง-ที่บางคนเล่นใหญ่ราวกับอยู่บนเวทีละคร (หนึ่งในนั้นได้แก่ฉากที่นักแสดงฉีกเสื้อ ประกาศความโกรธแค้นเกลียดชังท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ซึ่งไม่ว่ามันจะละม้ายคล้ายคลึงกับหนังเรื่องอะไรก็ตาม ความมหึมาทางอารมณ์มันล้มทับผู้ชมอย่างชนิดตั้งรับไม่ทัน) บางคนเล่นได้พร่องเหมือนกับมองหาแรงบันดาลใจและวิญญาณของตัวละครที่ตัวเองสวมบทบาทไม่เจอ ขณะที่บางคน-ก็เล่นไม่ได้เลย และถูกเลือกมาแสดงหนังเรื่องนี้เพียงเพราะความสามารถเฉพาะทาง ขณะที่ตัวเอกของเรื่องอันได้แก่มาริโอ้ เมาเร้อ-ก็เหมือนกับดำรงอยู่ในอีกมิติหนึ่งของกาลเวลา และเชื่อมโยงกับตัวละครคนอื่นๆและรวมถึงผู้ชมได้อย่างผิวเผิน หรืออย่างน้อย น่าเชื่อว่าผู้ชมจำนวนไม่น้อยนอกจากไม่เกิดความศรัทธาเชื่อถือหรือรู้สึกร่วมไปกับตัวละคร ยังแทบจะไม่แคร์อะไรเกี่ยวกับชะตากรรมและวิบากกรรมของเธอ

ขณะที่ความต่อเชื่อมของแต่ละฉาก แต่ละซีเควนซ์-ก็ดูกระท่อนกระแท่น มีลักษณะเป็นปล้องๆหรือท่อนๆ และวูบขึ้นวูบลงในตัวมันเอง และไม่รู้สึกถึงการส่งต่อหรือเติมเต็มทั้งในทางเนื้อหาและอารมณ์หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนเกิน มันดูเหมือนแต่ละฉาก แต่ละซีเควนซ์-ดำรงอยู่อย่างเป็นเอกเทศ เหมือนกับรัฐอิสระที่ไม่ขึ้นกับใคร (ฉากที่จันเกือบจะถูกอันธพาลรุมข่มขืนทางประตูหลัง-มีประโยชน์ต่อเนื้อหาน้อยมาก และทำให้หนังยาวขึ้นโดยไม่จำเป็น หรือฉาก monologue ช่วงท้ายเรื่องของน้าวาด-ก็ยืดยาวซะจนสามารถเอามาทำมินิซี่รี่ส์ได้สบายๆ) ส่วนการต่อเติมเสริมแต่งเนื้อหาหรือตีความใหม่-ก็ยังมองไม่เห็นประโยชน์โภชผลเท่าที่ควร หรือว่าบางที อาจจะต้องรอภาคปัจฉิมวัยในการเก็บเกี่ยวและคลี่คลาย แต่ถึงกระนั้น ประเด็นการเมืองและการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ถูกยัดใส่ปากตัวละคร-ก็ช่างเถรตรง และขาดความแนบเนียน

ผมได้แต่หวังว่าภาคปฐมบท-จะเป็นเหมือนด้านมืดของดวงจันทร์ และเมื่อล่วงไปถึงปัจฉิมบท ด้านสว่างของมันจะได้เวลาอวดโฉมซักที หรืออย่างน้อย ครึ่งเรื่องหลังจะช่วยทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า บูรณภาพของผลงาน และไม่ใช่เป็นเพียงแค่ขนมไหว้พระจันทร์ที่ถูกผ่าครึ่ง แถมรสชาติก็เพียงแค่ปะล่อมปะแล่ม และช่างไม่คู่ควรกับการนำเอาวรรณกรรมอันทรงคุณค่ามาดัดแปลง

ประวิทย์ แต่งอักษร

ตีพิมพ์ครั้งแรก นิตยสาร filmmax เดือนตุลาคม 2012

About these ads
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 78 other followers

%d bloggers like this: